มาตรฐาน IP Code (International Protection Rating) หรือ (Ingress Protection Rating) จะประกอบไปด้วยตัวเลขจำนวน 2 หลัก และ บางครั้งอาจมีตัวอักษรภาษาอังกฤษ พ่วงท้ายด้วย เป็นรหัที่ถูกจัดลำดับตามความสามารถในการป้องกันต่อ การกัดกร่อนวัสดุที่เป็นของแข็ง เช่น ฝุ่น, การสัมผัสอย่างรุนแรง และ น้ำ ที่มีต่อตัวป้องกันบรรจุอุปกรณ์อิเล็คทรอนิค ภายใน ( Electric Enclosure) มาตรฐานที่กำหนด มุ่งหวังที่จะให้ข้อมูลที่ละเอียดแก่ผู้ใช้งาน อุปกรณ์ ต่าง ๆ มากกว่าการพิจารณาเฉพาะคำว่า Water Proof
มาดูรายละเอียดกันครับว่าคืออะไรบ้าง
ตัวเลขแรก
บอกถึงระดับการป้องกัน สิ่งที่เป็นอันตรายต่ออุปกรณ์ หรือ แผงวงจรอีเลคทรอนิค ที่อยู่ภายในบรรจุภัณฑ์ โดยเน้นการป้องกันของแข็ง และ ฝุ่นละออง

ตัวเลขที่สอง
กำหนดระดับความป้องกันสิ่งที่เป็นอันตราย ต่ออุปกรณ์ หรือ แผงวงจรที่อยู่ภายในบรรจุภัณฑ์ โดยเน้นการป้องกันของเหลว
ส่วนตัวอักษรภาษาอังกฤษที่อาจจะเจอนั้นก็จะมีความหมายดังนี้ครับ
A - ด้านหลังมือ (back of hand)
B - นิ้ว (finger)
C - เครื่องมือ (tool)
D - สายสัญญาณ (Wire)
หรือ อาจเป็นตัวอักษรอื่น ๆ
H - ไฟกระแสแรงสูง (high voltage device)
M - อุปกรณ์เคลื่อนไหวในระหว่างที่มีการทดสอบด้วยน้ำ (device moving during water test)
S - อุปกรณ์แสตนด์บายในขณที่มีการทดสอบด้วยน้ำ (device standing still during water test)
W - ภายใต้เงื่อนไขของอุณหภูมิ (weather conditions)
โดยสรุป
อุปกรณ์ที่ใช้งานภายนอก โดยเฉพาะสภาวะอากาศในประเทศไทย ที่มีลักษณะร้อนชื้น และ ในบางพื้นที่มีฝุ่น หรือ ฝนตกค่อนข้างบ่อย หรือ ชุก ซึ่งจะมีผลกระทบต่ออุปกรณ์ หรือ วงจร
ต่ออุปกรณ์ นั้น ๆ จะทำให้เสียหาย , ชำรุด , เสื่อมสภาพเร็วกว่าอายุการใช้งานในสภาพปรกติ ดังนั้นเพื่อให้มั่นใจต่อสินค้าที่เราเลือกใช้งาน เราจึงควรพิจารณาถึงมาตรฐานการป้องกันของอุปกรณ์
ว่าได้รับ IP Code ในระดับใด ในส่วนของอุปกรณ์ CTC นั้น จะมีรุ่นที่เป็น Industrial grade ซึ่งผ่านการทดสอบตามมาตรฐานแล้ว หากท่านสนใจติดต่อ บริษัท แอ็ดวานซ์ คอมม์ ได้เลยครับ